กรมเชื้อเพลิงฯ ปัดต้นตอทำค่าไฟแพงจากเหตุเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณล่าช้า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติ ค่าไฟ ปิโตรเลียม สราวุธแก้วตาทิพย์ อินโฟเควสท์
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าสาเหตุที่ค่าไฟแพงขึ้นในปัจจุบันเป็นผลมาจากความล่าช้าในการเข้าพื้นที่เพื่อเตรียมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณ เนื่องจากกรมฯ ตั้งเงื่อนไขในการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียม โดยเชื่อมโยงกับกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมนั้น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่กำกับ ดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศ ขอชี้แจงว่าทั้ง 2...
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องสร้างความต่อเนื่องในการผลิตปิโตรเลียมเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ จึงได้เริ่มดำเนินการประมูลจัดหาผู้ประกอบการสำรวจและผลิตแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณ และบงกช ภายใต้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต ในปี 61 เป็นการล่วงหน้าก่อนที่จะสิ้นอายุสัมปทาน 4-5 ปี เพื่อให้การบริหารพลังงานของประเทศได้อย่างมั่นคงและไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
ทั้งนี้ผู้รับสัมปทานรายเดิมสำหรับแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณ คือ บริษัท เชฟรอน ไทยแลนด์ โฮลดิ้งส์ จำกัด และสำหรับแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกช คือ บมจ. ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ได้เข้าร่วมการประมูลทั้ง 2 แหล่งดังกล่าว ด้วย และผลการประมูลปรากฏว่า บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล ทั้ง 2 แหล่ง โดยมีข้อเสนอส่วนลดราคาก๊าซธรรมชาติจากราคาตามสัมปทานเดิมและส่วนแบ่งกำไรตามหลักการของสัญญาแบ่งปันผลผลิตเพิ่มเติม รวมมูลค่าถึงกว่า 6.
ส่วนในช่วงที่ยังไม่สามารถผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเอราวัณ ได้อย่างเต็มกำลัง กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้มีการเร่งจัดหาก๊าซธรรมชาติเข้าระบบเพิ่มเติม ประกอบด้วยการเร่งรัดการลงทุนของผู้รับสัญญาในแปลง G1/61 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้เป็นไปตามเป้าโดยเร็ว การประสานผู้รับสัมปทานและผู้รับสัญญาในแหล่งอื่น ๆ ให้ผลิตอย่างเต็มความสามารถของแหล่ง การจัดทำสัญญาซื้อขายก๊าซฯ เพิ่มเติมในแหล่งที่มีศักยภาพ ได้แก่ แหล่งอาทิตย์ แปลง B8/32 และในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย...
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวแคบ ส่งสัญญาณวอลล์สตรีทพักฐาน หลังพุ่งขึ้นวานนี้ : อินโฟเควสท์ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวแคบ บ่งชี้การพักฐานของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทในวันนี้ หลังจากพุ่งขึ้นวานนี้ ณ เวลา 18.19 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 6 จุด หรือ 0.02% สู่ระดับ 30,582 จุด ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 300 จุดวานนี้ โดยปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน นักลงทุนยังคงจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งการเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ ทั้งนี้ Beige Book เป็นรายงานซึ่งจะมีการเปิดเผยก่อนการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยเป็นการประเมินภาวะเศรษฐกิจจากเจ้าหน้าที่เฟดซึ่งประจำอยู่ใน 12 เขตเศรษฐกิจของสหรัฐ ขณะที่มีการรวบรวมข้อมูลจากมุมมองของผู้นำธุรกิจ รวมทั้งนักเศรษฐศาสตร์และนายธนาคารในภูมิภาค ทำให้ Beige Book สามารถสะท้อนภาวะเศรษฐกิจสหรัฐในวงกว้าง โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
'ไบเดน' เตรียมประกาศระบายน้ำมันสกัดราคาพุ่ง หวังชิงคะแนนเสียงก่อนเลือกตั้งเดือนหน้า : อินโฟเควสท์แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เตรียมประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) จำนวน 10-15 ล้านบาร์เรลในวันนี้เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ขณะใกล้ถึงกำหนดการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย. ทั้งนี้ ปธน.ไบเดนประกาศในเดือนมี.ค.ว่าจะระบายน้ำมันรวม 180 ล้านบาร์เรลในเดือนพ.ค.-ต.ค. และขณะนี้เขาได้ทำการระบายน้ำมันแล้วจำนวน 165 ล้านบาร์เรล ทำให้มีการคาดการณ์ว่าปธน.ไบเดนจะสั่งระบายน้ำมันที่เหลืออีก 15 ล้านบาร์เรลในวันนี้ การตัดสินใจของปธน.ไบเดนดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติปรับลดกำลังการผลิตครั้งใหญ่ในช่วงต้นเดือนนี้ ซึ่งสวนทางความต้องการของสหรัฐ ที่ผ่านมา สหรัฐพยายามกดดันซาอุดีอาระเบียและโอเปกพลัสเพื่อให้เพิ่มกำลังการผลิต เนื่องจากปธน.ไบเดนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจะกระทบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนหน้า นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสให้ระบายน้ำมันอีก 26 ล้านบาร์เรลจาก SPR ในปีงบประมาณ 2566 ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 ต.ค. โดยคาดว่าจะมีการระบายน้ำมันตามโควตาดังกล่าวในไม่ช้า รัฐบาลสหรัฐยังได้แจ้งให้บริษัทน้ำมันทำการขายน้ำมันอีก 26 ล้านบาร์เรลจากที่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรสสำหรับการจำหน่ายน้ำมันในปีงบประมาณ 2566 ขณะเดียวกัน รัฐบาลเรียกร้องโรงกลั่นน้ำมันสหรัฐหลีกเลี่ยงการเพิ่มการส่งออกน้ำมัน และระบุว่าอาจมีการสั่งห้ามการส่งออกเพื่อให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับการบริโภคในประเทศ อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายเตือนว่าการห้ามการส่งออกน้ำมันจะซ้ำเติมวิกฤตพลังงานในยุโรป และจะส่งผลกระทบย้อนกลับทำให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้นในสหรัฐ โดย …
อ่านเพิ่มเติม »
TSTE เซ็น MOU ไทย อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ ร่วมทุนธุรกิจท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ : อินโฟเควสท์บมจ.ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล (TSTE) เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงการประกอบกิจการท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ (16C) กับ บริษัท ไทย อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (TIL) ซึ่งประกอบการท่าเรือคอนเทนเนอร์โรงพักสินค้า และบริการด้านการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ บันทึกข้อตกลงดังกล่าว เป็นข้อตกลงเพื่อร่วมกันในการประกอบกิจการท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ 16C ตั้งอยู่ที่ ถนนปู่เจ้าสมิงพราย ตำบลสำโรงกลาง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยร่วมทุนในรูปแบบของการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ บริษัทฯ และ/หรือ บริษัทในเครือ จะมีสัดส่วนการถือหุ้นในนิติบุคคลใหม่ 25% และ TIL จะมีสัดส่วนการถือหุ้นในนิติบุคคลใหม่ 75% ซึ่งการลงนามในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้เป็นการดำเนินการตามวิสัยทัศน์ และพันธกิจของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่น ปรับปรุง พัฒนา มาตรฐานการให้บริการโลจิสติกส์ อย่างต่อเนื่องในระดับสากล โดยส่งเสริมให้บริษัทฯ เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องต่อไป โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
คกก.โรคติดต่อ ยกเลิกความผิดไม่สวมหน้ากาก-ยังเฝ้าระวังโควิดต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติว่า ที่ประชุมเห็นชอบ ร่างระเบียบคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เรื่อง ยกเลิกระเบียบคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบความผิด กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 34 (6) แห่งพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ที่สั่งห้ามผู้ใดกระทำการซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะโดยการไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคโควิด-19 แพร่ออกไป พร้อมทั้งเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาด พ.ศ. 2566-2570 ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อที่มีประสิทธิภาพ เป็นกรอบแนวทางการจัดทำแผนฯ ในเขตพื้นที่จังหวัด/กทม. มี 5 ยุทธศาสตร์สำคัญคือ พัฒนานโยบาย มาตรการ กฎหมาย และกลไกการบริหารจัดการการป้องกันควบคุมโรคติดต่อ, พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อ, ยกระดับการจัดการภาวะฉุกเฉินจากโรคติดต่อ, พัฒนากำลังคนและเครือข่ายความร่วมมือระดับชาติและนานาชาติ และพัฒนาการสื่อสารความเสี่ยงและระบบสนับสนุนการป้องกันควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบต่อไป รวมทั้ง ร่างกฎกระทรวงการจ่ายค่าทดแทนเพื่อชดเชยความเสียหายจากการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ. … ซึ่งกำหนดให้ผู้เสียหายยื่นคำขอต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือสำนักอนามัย กทม. ภายใน 90 วัน …
อ่านเพิ่มเติม »
ดาวโจนส์ปิดลบ 99.99 จุด บอนด์ยีลด์พุ่งกดดันตลาด : อินโฟเควสท์ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (19 ต.ค.) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐได้บดบังปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงเน็ตฟลิกซ์ และพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,423.81 จุด ลดลง 99.99 จุด หรือ -0.33%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,695.16 จุด ลดลง 24.82 จุด หรือ -0.67% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,680.51 จุด ลดลง 91.89 จุด หรือ -0.85% อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 14 ปี และเป็นปัจจัยฉุดตลาด เนื่องจากพันธบัตรดังกล่าวใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาของตราสารหนี้ทั่วโลก รวมถึงอัตราดอกเบี้ยจำนองของสหรัฐ ซึ่งการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทนี้จะทำให้ผู้บริโภคมีเงินสำหรับการใช้จ่ายลดน้อยลง และมีค่าใช้จ่ายในการจ่ายเงินกู้จำนองเพิ่มมากขึ้น ขณะที่บริษัทต่างๆจะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการชำระหนี้ ทำให้บริษัทเหล่านี้ลดการลงทุน และลดการจ่ายเงินปันผลแก่นักลงทุน การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีได้ฉุดหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งเป็นหุ้นที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย โดยหุ้นโจนส์ แลง …
อ่านเพิ่มเติม »