กรมป้องกันฯ เร่งคลี่คลายสถานการณ์น้ำท่วม-ช่วยเหลือผู้ประสบภัย : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

กรมป้องกันฯ เร่งคลี่คลายสถานการณ์น้ำท่วม-ช่วยเหลือผู้ประสบภัย : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 18 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 10%
  • Publisher: 68%

กรมป้องกันฯ เร่งคลี่คลายสถานการณ์ น้ำท่วม-ช่วยเหลือผู้ประสบภัย อินโฟเควสท์

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง รายงานอิทธิพลร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคกลางตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่งผลเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง โดยตั้งแต่วันที่ 4 – 10 ก.ย.

ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่และให้การดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้วได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

ภาวะลองโควิดทำเศรษฐกิจออสเตรเลียเสียหาย 3.6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี : อินโฟเควสท์ภาวะลองโควิดทำเศรษฐกิจออสเตรเลียเสียหาย 3.6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี : อินโฟเควสท์หนังสือพิมพ์ออสเตรเลียน ไฟแนนเชียล รีวิว (AFR) รายงานโดยอ้างการวิเคราะห์ข้อมูลระบุว่า ภาวะลองโควิด (Long Covid) ทำให้เศรษฐกิจของออสเตรเลียต้องสูญเสียผลผลิตเป็นมูลค่าราว 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี AFR รายงานว่า จากข้อมูลของกระทรวงการคลังออสเตรเลียประมาณการว่า แรงงานราว 31,000 คนมีอาการป่วย เนื่องจากภาวะลองโควิดในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่การวิเคราะห์ของสถาบัน Impact Economics and Policy พบว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 100 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (68 ล้านดอลลาร์) ต่อสัปดาห์ และประมาณ 5.2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ออสเตรเลียได้ประกาศการพิจารณาของรัฐสภาเกี่ยวกับภาวะลองโควิด โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคำจำกัดความที่ชัดเจนของการเจ็บป่วยดังกล่าว และประเมินผลกระทบที่มีต่อประชากร 26 ล้านคนในประเทศ ทั้งนี้ ในขณะที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่หายจากโรคแล้ว แต่หลายล้านคนทั่วโลกก็ยังคงได้รับผลกระทบจากอาการป่วยเรื้อรัง อาทิ ปัญหาเกี่ยวกับการหายใจไปจนถึงปัญหาทางระบบประสาท โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »

KBANK คาดกรอบบาทสัปดาห์หน้า 35.80-36.80 จับตา Flow-ตัวเลขเศรษฐกิจตปท. : อินโฟเควสท์KBANK คาดกรอบบาทสัปดาห์หน้า 35.80-36.80 จับตา Flow-ตัวเลขเศรษฐกิจตปท. : อินโฟเควสท์ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (12-16 ก.ย.) ที่ระดับ 35.80-36.80 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดที่ 36.28 บาท/ดอลลาร์ ในวันที่ 9 ก.ย. 65 ทั้งนี้เงินบาทพลิกแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ โดยเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ตามทิศทางค่าเงินหยวน หลังจากที่ธนาคารกลางจีนประกาศลดสัดส่วนการกันสำรองสกุลเงินตราต่างประเทศที่สถาบันการเงินต้องดำรงไว้ลง ซึ่งทำให้ตลาดตีความว่าเป็นความพยายามเพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินหยวน อย่างไรก็ดีเงินบาทและสกุลเงินอื่นในเอเชียกลับมาเผชิญแรงขายช่วงสั้นๆ ในช่วงกลางสัปดาห์ ตามสถานการณ์เงินเยน (อ่อนค่าสุดในรอบ 24 ปี) และเงินหยวน (อ่อนค่าสุดในรอบ 2 ปี) ซึ่งถูกกดดันจากแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงิน ซึ่งมีทิศทางแตกต่างไปจากสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ นอกจากนี้การแข็งค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับสถานะซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดพันธบัตร โดยเมื่อระหว่างวันที่ 5-9 ก.ย. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิพันธบัตรไทยสูงถึง 10,935 ล้านบาท แต่ขายสุทธิหุ้นไทย 5,204 ล้านบาท ทั้งนี้ แม้ว่าประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งสัญญาณคุมเข้มต่อเนื่อง แต่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเพิ่มเติมช่วงปลายสัปดาห์ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินยูโร หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75 bps. ตามที่ตลาดคาด และส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเพื่อสกัดแรงกดดันเงินเฟ้อของยูโรโซนซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นตัวเลขสองหลักในระยะข้างหน้าตามทิศทางราคาพลังงาน สำหรับในสัปดาห์หน้าปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม …
อ่านเพิ่มเติม »

DTAC พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม จัดทีมลงพื้นที่-เตรียมแผนฉุกเฉินดูแลสัญญาณมือถือทั่วไทย : อินโฟเควสท์DTAC พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม จัดทีมลงพื้นที่-เตรียมแผนฉุกเฉินดูแลสัญญาณมือถือทั่วไทย : อินโฟเควสท์นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) กล่าวว่า ตอนนี้ทีมงานได้ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วนในหลายจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม เช่นที่ จังหวัดระยอง พิจิตร และสระแก้ว เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าได้มั่นใจในการใช้งานมือถืออย่างต่อเนื่อง โดยได้นำชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจเข้าดูแลสถานีฐาน ประกอบด้วยเครื่องปั่นไฟฟ้าแบบพกพา (Mobile Generator) และน้ำมันสำรอง กรณีพื้นที่น้ำท่วมนั้นมีการตัดกระแสไฟฟ้า รวมทั้งอุปกรณ์สำรองต่างๆ เพื่อให้สถานีฐานดีแทคทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ทีมงาน DTAC ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดทุกจังหวัดทั่วไทย โดยสถานการณ์ฝนตกหนักในขณะนี้ได้เพิ่มการรองรับเหตุฉุกเฉินตามจังหวัดเสี่ยงอุทกภัยต่างๆ ประกอบด้วย ภาคเหนือ เฝ้าระวังที่จังหวัด พิจิตร น่าน ตาก อุทัยธานี และพิษณุโลก ภาคตะวันออก อาทิ จังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด และปราจีนบุรี โดยภาคกลาง อาทิ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี สระบุรี ลพบุรี นครปฐม และนครนายก และภาคใต้ ที่จังหวัดระนอง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี …
อ่านเพิ่มเติม »

รมว.กลาโหม สั่งทุกเหล่าทัพระดมกำลังช่วยคลี่คลายวิกฤตน้ำท่วม : อินโฟเควสท์รมว.กลาโหม สั่งทุกเหล่าทัพระดมกำลังช่วยคลี่คลายวิกฤตน้ำท่วม : อินโฟเควสท์พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ได้สั่งการทุกเหล่าทัพ ยังคงความสนับสนุนรัฐบาล โดยกระจายกำลังพล เครื่องมือช่าง ยานพาหนะ ทั้งรถและเรือ อากาศยานไร้คนขับ เครื่องสูบน้ำและเรือดันน้ำ รวมทั้งชุดกู้ภัยและชุดแพทย์เคลื่อนที่ เข้าไปเสริมทำงานร่วมกับ หน่วยงานหลักโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของแต่ละจังหวัดและจิตอาสา ช่วยเหลือประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งพื้นที่วิกฤตที่น้ำป่าไหลหลากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน พื้นที่เขตเมืองและชุมชนที่น้ำท่วมขังสูง เส้นทางที่ถูกตัดขาด บ้านเรือนประชาชนที่ชำรุดเสียหาย ทั้งนี้ทุกเหล่าทัพ ที่มีหน่วยทหารในพื้นที่ ยังคงกระจายกำลังและเสริมกำลังเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่วิกฤตและพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ทั้งการแจ้งเตือน ช่วยยกของขึ้นที่สูง อพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงเข้าพื้นที่ปลอดภัย การแจกสิ่งของบรรเทาทุกข์และจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่เข้าดูแลประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่ การจัดชุดครัวเคลื่อนที่และจัดทำอาหารกระจายแจกจ่าย การบรรจุกระสอบทรายจัดทำคันกั้นน้ำ การเปิดทางน้ำและเร่งระบายน้ำจากพื้นที่น้ำท่วมขังลงแม่น้ำสายหลัก การลอกสวะที่ขวางอุดตันทางน้ำในพื้นที่ การซ่อมแซมถนนที่ถูกตัดขาด เป็นต้น สำหรับพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการเพิ่มเติมให้ทุกเหล่าทัพ ยังคงเกาะติดเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศต่อเนื่อง โดยเฉพาะให้สนับสนุน กทม. เร่งลอกสวะจำนวนมากที่อุดตันทางน้ำ ทั้งช่องและท่อระบายน้ำตามถนน รวมถึงเศษสวะที่ขวางทางน้ำคูคลองและประตูระบายน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำลงลำน้ำสายหลัก และขอให้เข้าไปช่วยดูแลศาสนสถานและโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งให้แบ่งมอบพื้นที่ จัดยานพาหนะเข้าเสริมรถสาธารณะ อำนวยความสะดวกกระจายรับส่งประชาชนจากระบบขนส่งสาธารณะเข้าพื้นที่ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 …
อ่านเพิ่มเติม »

รัฐบาลเร่งผลักดันภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทย กระตุ้นจ้างงานเพิ่มรับไฮซีซั่น : อินโฟเควสท์รัฐบาลเร่งผลักดันภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทย กระตุ้นจ้างงานเพิ่มรับไฮซีซั่น : อินโฟเควสท์นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากข้อมูลสำนักตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยตั้งแต่ต้นปี 2565 จนถึงวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมานี้ มียอดสะสมอยู่ที่ 5,018,172 คนแล้ว โดยจากการประเมินแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติล่าสุด รัฐบาลยังคงเป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยตลอดปี 65 ไว้ที่ 10 ล้านคน จากเดิมที่คาดไว้ 6 ล้านคนในปีนี้ นอกจากนี้ ยังพบสัดส่วนการจ้างงานภายในสถานประกอบการโรงแรม ที่พัก เพิ่มขึ้นกว่า 75% โดยส่วนหนึ่งเป็นการจ้างงานพนักงานใหม่เพื่อเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวในช่วง High season ปลายปี 65 นี้ “รัฐบาลเร่งผลักดันภาคธุรกิจการท่องเที่ยวให้สามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการวางมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนแนวทางการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนส่งเสริมภาคธุรกิจ ให้พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเชื่อมั่นว่าการประสานการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการเพิ่มศักยภาพแก่ภาคการท่องเที่ยวไทย ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ จะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยว จนเกิดการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อันเป็นการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน” นายอนุชา กล่าว นายอนุชา กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนและผลักดันภาคธุรกิจการท่องเที่ยว สอดรับกับรายงานจากสมาคมโรงแรมไทย และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรมเดือนสิงหาคม …
อ่านเพิ่มเติม »

ตร. เตือนภัยมุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปลอมเป็นตำรวจวีดีโอคอลหลอกเหยื่อ : อินโฟเควสท์ตร. เตือนภัยมุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปลอมเป็นตำรวจวีดีโอคอลหลอกเหยื่อ : อินโฟเควสท์พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.) หรือ ศูนย์ PCT กล่าวถึงกรณีแก๊งคอลเซนเตอร์นำคลิปตำรวจหญิงจาก Tiktok หลอกเหยื่อสร้างความน่าเชื่อถือส่งลิงก์ปลอม ผู้เสียหายหลงเชื่อส่งรหัสควบคุมเครื่อง สุดท้ายโดนถอนเงินหมดบัญชี ทั้งนี้กรณีดังกล่าวคนร้ายได้ใช้วิธีโทรศัพท์หาเหยื่อโดยอ้างว่าเกี่ยวพันกับคดียาเสพติด ฟอกเงิน ฯลฯ จากนั้นจะขอไลน์ผู้เสียหายอ้างว่าจะวีดีโอคอลหาเพื่อให้เหยื่อเชื่อว่าเป็นตำรวจจริงจากนั้นคนร้ายจะวีดีโอคอลผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์หาผู้เสียหาย โดยนำคลิปวีดีโอของตำรวจหญิงนายหนึ่งขณะปฏิบัติหน้าที่มาจากแอพพลิเคชั่น TikTok ที่เจ้าตัวลงโพสต์ไว้ นำมาตัดต่อและเปิดวนไปวนมาให้ดูเป็นธรรมชาติ หลอกถามข้อมูลส่วนตัว ขอดูบัตรประชาชน โอนสายให้คุยกับสารวัตรบ้าง ผู้กำกับบ้าง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เพื่อถ่วงเวลาจากนั้นก็จะส่งหน้าหมายจับปลอมที่มีข้อมูลของเหยื่อครบทั้งหมด พร้อมกับลิงก์เว็บไซต์ปลอมที่มีหน้าตาคล้ายกับตราสัญลักษณ์หน่วยงานดีเอสไอ ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่คนร้ายใช้ในการควบคุมโทรศัพท์จากระยะทางไกล แล้วให้เหยื่อทำธุรกรรมทางการเงิน โดยโอนเงินจากบัญชีหนึ่งไว้อีกบัญชี ทำให้เห็นข้อมูลรหัสเข้าบัญชีธนาคาร ระหว่างทำธุรกรรมการเงิน แล้วเข้าทำการโอนเงินจากบัญชีผู้เสียหายไปยังบัญชีคนร้ายมูลค่าความเสียหายหลักแสนบาท พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า วิธีป้องกันตนเองสามารถทำได้โดย 1.ตั้งสติ อย่าตื่นตระหนก หากมีเจ้าหน้าที่ของรัฐติดต่อหรือแสดงตัว ไม่ว่าเรื่องใดๆ ให้โทรสอบถามจากเบอร์กลางของหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงนั้นๆ ทุกครั้ง 2.ห้ามกดลิงก์หรือติดตั้งแอพที่ไม่ทราบที่มาที่ไป รวมถึงไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ เมื่อรับสายจากต้นทางที่ไม่ทราบที่มาที่ไปชัดเจน 3.หน่วยงานของรัฐไม่มีนโยบายการติดตาม หรือดำเนินคดีผ่านการโทรศัพท์หรือวีดีโอคอลหาประชาชนทั้งสิ้น 4.กรณีมีข้อความเลขรหัส เข้าเครื่องโทรศัพท์ไม่ทราบที่มาที่ไป ห้ามเผยแพร่บุคคลอื่นทราบ …
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-04-03 19:58:00