Beyond the Breaking News

กรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากรผนึกกำลังป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า

ข่าวเศรษฐกิจ ข่าว

กรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากรผนึกกำลังป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า
กรมการค้าต่างประเทศกรมศุลกากรการกระทำผิดกฎหมาย

กรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากรร่วมกันจับกุมสินค้าผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยคิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวม 1,377.8 ล้านบาท

กรมการค้าต่างประเทศ ผนึกกำลัง กรมศุลกากร อย่างต่อเนื่องในการป้องกัน การกระทำผิดกฎหมาย ป้องกัน การแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า และสกัดกั้นการหลบเลี่ยงอากร AD/AC สร้างความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศ พร้อมทั้งยืนยันว่าไทยมีแนวทางการใช้มาตรการปกป้องและเยียวยาทางการค้าเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศโดยคำนึงถึงผลกระทบรอบด้านอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2569 กรมศุลกากร ตรวจยึดและสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมาย ในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวม 1,377.8 ล้านบาท โดยปกป้องเศรษฐกิจในประเทศ กรณีสำแดงถิ่นกำเนิดเท็จ 8.8 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหาย 442.64 ล้านบาท ประเภทสินค้า เช่น บุหรี่ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน และอุปกรณ์มีด เป็นต้นนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดี กรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การแถลงข่าวจับกุมสินค้าผิดกฎหมายร่วมกับ กรมศุลกากร ในวันนี้ เป็นผลจากความร่วมมือดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ซึ่งหลายประเทศนำมาตรการทางการค้ามาใช้อย่างเข้มข้นขึ้น เพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่ง คต.

ให้ความสำคัญสูงสุดในการแก้ไขปัญหาการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า อีกทั้งการหลบเลี่ยงมาตรการปกป้องและเยียวยาทางการค้าของไทยที่จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และโอกาสการส่งออกของไทยในระยะยาว ทั้งนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองหน่วยงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ ในส่วนของการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า คต.

ได้ออกประกาศกรมการค้าต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดเพื่อขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่ไม่ใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าเฝ้าระวังสำหรับการส่งออกไปสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดยปรับปรุงรายการสินค้าเฝ้าระวังจากเดิม 49 รายการ เป็น 67 รายการ และปรับปรุงอายุผลตรวจถิ่นกำเนิดจาก 2 ปี เป็น 1 ปี เพื่อให้ผู้ส่งออกได้ทบทวนข้อมูลต้นทุนที่เป็นปัจจุบัน ซึ่ง กศก.

ได้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบพิกัดศุลกากรของรายการสินค้าเฝ้าระวังให้เป็นปัจจุบันอีกด้วย อย่างไรก็ดี คต.

อยู่ระหว่างการปรับกระบวนการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า โดยในปี 2570 มีแผนจะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มาช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจจับความผิดปกติของคำขอ การเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และการตรวจสอบย้อนหลังความถูกต้องของถิ่นกำเนิด เป็นต้น นางอารดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีงบประมาณ 2569 คต.

ตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าก่อนออกหนังสือรับรองที่ส่งออกไปสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ผ่านระบบไร้กระดาษ ROVERs Plus ทั้งสิ้น 986 คำขอ พบว่า เป็นสินค้าได้ถิ่นกำเนิดไทย 903 คำขอ และไม่ได้ถิ่นกำเนิดไทย 83 คำขอ โดยกลุ่มสินค้าที่ขอรับการตรวจ ได้แก่ ส่วนประกอบรถยนต์ สายไฟ สายดาต้าเคเบิล และเฟอร์นิเจอร์ไม้ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความรู้ด้านกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและการส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าแก่ผู้ประกอบการกว่า 2,000 ราย อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การคำขอตรวจถิ่นกำเนิดสินค้ามีความถูกต้อง รวมทั้งให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญของการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ มากขึ้น และการเตรียมความพร้อมในการจัดเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการใช้วัตถุดิบ และกระบวนการผลิตสินค้าที่ส่งออกกรณีถูกตรวจสอบย้อนหลัง นอกจากนี้ ที่ผ่านมา คต.

ได้ให้ความร่วมมือกับศุลกากรปลายทางในการตรวจสอบย้อนหลังความถูกต้องของถิ่นกำเนิดสินค้ามาโดยตลอด ทั้งการตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของหนังสือรับรองฯ และการพิสูจน์ความถูกต้องของถิ่นกำเนิดสินค้า ณ สถานประกอบการ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า ไทยมีการกำกับดูแลการตรวจสอบการแอบอ้างถิ่นกำเนิดอย่างเข้มงวดนอกจากนี้ จากสถานการณ์การค้าโลกในปัจจุบันทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้หลายประเทศ มีการใช้มาตรการเยียวยาทางการค้า เพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุดไทยมีการบังคับใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด รวมทั้งสิ้น 61 กรณี จาก 22 ประเทศ ซึ่งจีนยังคงเป็นประเทศหลักที่ถูกไทยใช้มาตรการมากที่สุดถึง 17 กรณี รองลงมา คือ เกาหลีใต้ 8 กรณี ตามด้วยไต้หวันและเวียดนาม ประเทศละ 6 กรณี โดยกลุ่มสินค้าเหล็กครองแชมป์ถูกใช้มาตรการสูงสุดถึง 55 กรณี นอกจากนี้ยังมีสินค้าสำคัญอื่น ๆ อีก 6 กรณี ได้แก่ กรดซิตริก ยางรถจักรยานยนต์ ฟิล์มบรรจุภัณฑ์ BOPP และอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูป พร้อมกันนี้ไทยยังได้ใช้มาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยง กับสินค้าจีนอีก 2 กรณี และจะมีการใช้มาตรการเพิ่มเติมอีก 4 กรณีภายในปี 2569 และอยู่ระหว่างไต่สวนมาตรการปกป้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น อีก 4 กรณี เพื่อสกัดสินค้าที่สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน ในขณะเดียวกัน ภาคการส่งออกของไทยกำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก ปัจจุบันประเทศไทยเป็นอันดับ 5 ของโลกที่ถูกใช้มาตรการ AD มากที่สุด รวมทั้งสิ้น 85 กรณี จาก 20 ประเทศ ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นผู้นำการใช้มาตรการกับไทยถึง 19 กรณี ตามด้วยอินเดีย และตุรกี โดยกลุ่มสินค้าเป้าหมายหลักยังคงเป็น เคมีภัณฑ์ เหล็ก และผลิตภัณฑ์ยาง นอกจากนี้ ไทยยังถูกใช้มา ตรการตอบโต้การอุดหนุน อีก 7 กรณี ซึ่งมีอินเดียและสหรัฐฯ เป็นผู้ใช้หลักถึงร้อยละ 86 ในกลุ่มสินค้าเหล็ก เคมีภัณฑ์ น้ำตาล และซิลิคอนสำหรับแผงโซลาร์เซลล์ สำหรับมาตรการ SG ไทยถูกบังคับใช้แล้ว 17 กรณี และอยู่ระหว่างการไต่สวนอีกถึง 20 กรณี โดยมีอินโดนีเซียและตุรกี เป็นคู่กรณีหลักที่ประเทศละ 5 กรณี โดยเป็นกลุ่มสินค้าสิ่งทอและกระดาษ อีกทั้งยังเผชิญมาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยง อีก 15 กรณี จากสหรัฐฯ สหภาพยุโรป ตุรกี และออสเตรเลีย ในกลุ่มสินค้าเหล็ก สินค้าเซลล์แสงอาทิตย์ รถลากพาเลท กระดาษทิชชู่ เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกรมการค้าต่างประเทศ กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด หมายเลขโทรศัพท์ 0 2547 4808 และ 0 2547 5132 และกองปกป้องและตอบโต้ทางการค้า หมายเลขโทรศัพท์ 0 2547 4722 สายด่วน 1385 หรือเว็บไซต์ www.dft.go.thราคาน้ำมันพรุ่งนี้ อัปเดต ราคาน้ำมันล่าสุด ปั๊มใหญ่นายกฯ สั่งรื้อโครงสร้างราชการ ลดงบปี 70 พุ่ง ดึง AI ช่วยงาน

GooglePlease follow us on Google to support us
เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

nnanews /  🏆 64. in TH

กรมการค้าต่างประเทศ กรมศุลกากร การกระทำผิดกฎหมาย การแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

 

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว



Render Time: 2026-08-13 05:13:38