กรมการปกครองเตรียมออกคำสั่งระงับการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับคดีแจ้งเกิดทิพย์ในเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา หลังพบข้อมูลความผิดปกติในการออกเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติ (จีนเทา) อย่างน้อย 27 ราย โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องในกระบวนการปลอมเอกสารและเรียกรับผลประโยชน์รายละหลักหมื่นบาท คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจะสรุปผลภายใน 30 วัน
เปิดเส้นทางเชื่อมโยงขบวนการ ' แจ้งเกิดทิพย์ ' เครือข่ายแก๊ง 'จีนเทา' เจ้าหน้าที่เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมด พร้อมเร่งให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสรุปผลภายใน 30 วันจากกรณี ดร.
กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง อ. เมืองนครราชสีมา จ. นครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.
เมืองนครราชสีมา เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่-เจ้าพนักงานทะเบียนของเทศบาลตำบล หลังตรวจพบทุจริตในงานทะเบียนราษฎรของเทศบาลฯ โดยมีพฤติการณ์ปลอมเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติเป็นขบวนการ และมีการเรียกรับผลประโยชน์รายละหลักหมื่นบาท ซึ่งการตรวจสอบดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังกรมการปกครองประสานเข้าตรวจสอบ พบความผิดปกติในการออกเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติ ซึ่งขณะนี้พบข้อมูลความผิดปกติแล้วอย่างน้อย 27 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวจีน โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการดังกล่าวต่อมา เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง ได้เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคดีแจ้งเกิดทิพย์ หลังระดมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนราษฎรของเทศบาลและปลัดเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง อ.
เมืองนครราชสีมา จ. นครราชสีมา เร่งตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเกิดทิพย์ ย้อนหลังไป 5 ปี เพื่อทำการเพิกถอนสูจิบัตรของเครือข่ายกลุ่มคนจีนที่นำเอกสารเท็จมาแอบอ้างขอแจ้งเกิดกับ น. ส.
ดา เจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงาน เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจ ป. ป. ป. และชุดปฏิบัติการสืบสวนของกรมการปกครอง จับกุมตัวไปเมื่อเช้าวันนี้ ตามที่กรมการปกครองโดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง ร่วมกับ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการร่วมกันเปิดปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ซึ่งได้จับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ว่าจ้างชายไทยให้จดทะเบียนสมรสและเป็นบิดารับรองบุตรอันเป็นเท็จ เพื่อให้บุตรของคนจีนได้รับสัญชาติไทย จำนวน 2 คดี ได้ผู้ต้องหา 6 คน และขยายผลได้อีก 1 คดี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังสืบค้นเอกสารและตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อขยายผลถึงขบวนการแจ้งเกิดทิพย์ของกลุ่มจีนเทา และเด็กต้องสงสัยที่ถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมตัวได้ ขณะถูกสกัดไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา รวมทั้งพบความเชื่อมโยงเครือข่ายปลอมบัตรประชาชนในพื้นที่ จ.
เชียงใหม่ ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบร่วมกับโรงพยาบาลค่ายสุรนารี พบว่าในจำนวน 45 ราย มีถึง 29 ราย ที่มีข้อมูลการเกิดจริงแต่ถูกสวมสิทธิ์ใช้ชื่อผู้อื่น ส่วนอีก 16 ราย ไม่พบข้อมูลการเกิดเลย และจนถึงขณะนี้เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง พบการแจ้งเกิดทิพย์จำนวน 50 ราย โดยแยกเป็นกรมการปกครองพบ 5 ราย เทศบาลฯ พบ 45 ราย ซึ่งได้เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมดและเสนอกรมการปกครองเพิกถอนโดยเร็ว พร้อมกับเร่งให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง สรุปผลภายใน 30 วัน เพื่อเดินหน้าดำเนินการทางวินัยและคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดสามารถหลบหนีได้ ล่าสุด มีรายงานเส้นทางเชื่อมโยงขบวนการแจ้งเกิดทิพย์ เครือข่ายแก๊งจีนเทา เริ่มจากจะมีการติดต่อว่าจ้าง นายนพรัตน์ อดีตปลัดอำเภอหลายอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา โดยนายนพรัตน์ จะเป็นศูนย์กลางใหญ่ในการดำเนินการ เพราะเคยมีรหัสกลางของกรมการปกครองที่สามารถเข้าในระบบทะเบียนราษฎรได้ทั่วประเทศ ทางแก๊งจีนเทาจะมีออเดอร์ให้นายนพรัตน์ ดำเนินการให้ โดยมีค่าตอบแทนให้รายละ 3-5 หมื่นบาท โดยว่าจ้างให้ดำเนินการ 3 ขั้นตอน ตั้งแต่การจดทะเบียนสมรสทิพย์, ปลอมใบแจ้งเกิดทิพย์ และหาบ้านเพื่อบรรจุชื่อลงในทะเบียนบ้านให้ จากนั้น นายนพรัตน์ จะประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎรของที่ว่าการอำเภอ และเทศบาลที่เคยเป็นลูกน้องร่วมงานกันมาก่อน หรือเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกัน ให้เป็นผู้รับแจ้งเกิดทิพย์ให้ โดยให้ค่าจ้างรายละ 1-3 หมื่นบาท ซึ่ง น.
ส. ดา เจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงาน เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง และอดีตลูกจ้างงานทะเบียนราษฎรที่ว่าการอำเภอห้วยแถลง กับนายนพรัตน์ เคยทำงานร่วมกันมาก่อน จึงคุ้นเคยกันดี นอกจากนี้ การสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ป. ป. ป.
และชุดสืบสวนปฏิบัติการของกรมการปกครอง ยังตรวจพบข้อมูลอีกว่า เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครราชสีมา มีการแจ้งเกิดทิพย์ในลักษณะเดียวกันนี้จำนวน 18 ราย อีกด้วย.
แจ้งเกิดทิพย์ แก๊งจีนเทา ทุจริตเอกสาร กรมการปกครอง นครราชสีมา
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
จยย.ฝ่าฝน คว่ำเป็นศพ พ่วงตามบี้ซ้ำ ตร.เช็กวงจรปิด-พบรถสงสัยเอี่ยวอีก 1สลด หนุ่ม 27 เป็นศพ ควบ จยย.ฝ่าฝน-ล้มคว่ำกลางทาง ช่วงเคอร์ฟิว พ่วงตามหลังขยี้ซ้ำ-ลากไกล 30 เมตร เช็กกล้องวรจรปิด พบรถบรรทุกน่าสงสัย 1 คันขับผ่านไปก่อนเกิดเหตุ ตำรวจเตรียมหาหลักฐานติดตามโชเฟอ
Read more »
สภาพอากาศวันนี้ 'ไทยตอนบน' มีอากาศร้อน 'ภาคใต้' ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศประจำวัน พบ 'ไทยตอนบน' มีอากาศร้อน แต่วันที่ 27-28 มี.ค.จะมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ส่วนพื้นที่ 'ภาคใต้' มีฝนตกร้อยละ 30 ของพื้นที่
Read more »
APLF ผนึกกำลังสมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย (TTIA) ขนทัพรวมผู้ผลิต นักออกแบบ จัดงาน APLF ASEAN 2023การรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของธุรกิจเครื่องหนังไทย 25 - 27 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ กรุงเทพฯ งานเดียวครบทุกเรื่องเครื่องหนัง APLF จัดเต็มกว่า 30 บริษัทผู้ผลิตหนังชั้นนำของไทยเช่น CPL Group, Interhide, Kongsiri, Chun Wang ฯลฯ บริษัทผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำจากทั้งไทยและต่างประเทศ เช่น Modern Dyestuffs และ Allied Chemicals ฯลฯ...
Read more »
Tag: ธนาคารกลางสหรัฐกรุงเทพฯ 27 ต.ค.-ตลาดหุ้นไทย พุ่งขึ้นกว่า 10 จุด เช้านี้ หลังร่วงแรง 30 จุดวานนี้ รีบาวด์ตามตลาดหุ้นภูมิภาค
Read more »
สภาพอากาศไทย: หมอกเช้า อุณหภูมิสูงขึ้น 2 – 4 องศาเซลเซียสคาดการณ์สภาพอากาศไทยจะมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิสูงขึ้น 2 – 4 องศาเซลเซียส ในวันที่ 4 – 6 ธันวาคม 67 ฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.
Read more »
ฟื้นฟูภาพกราฟิตี้ซอยเจริญกรุง 30 หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นพ่นสีใส่งานศิลปะบนฝาผนังอาคาร ซอยเจริญกรุง 30 ได้รับการแก้ไขแล้ว หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุพ่นสีใส่ เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา จนได้รับความเสียหาย จากกรณีที่ผลงานภาพศิลปะบนฝาผนัง บริเวณปากซอยเจริญกรุง 30 ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นพ่นสีใส่ เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา จนได้รับความเสียหาย ล่าสุด ช่วงค่ำวานนี้ (8 ต.ค.
Read more »
