Beyond the Breaking News

กกร. ห่วงเศรษฐกิจไทยรับมือวิกฤตพลังงานและมาตรการกีดกันทางการค้า

เศรษฐกิจ News

กกร. ห่วงเศรษฐกิจไทยรับมือวิกฤตพลังงานและมาตรการกีดกันทางการค้า
กกร.พลังงานตะวันออกกลาง

กกร. ประเมินผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและมาตรการกีดกันทางการค้า พร้อมเสนอแนวทางรับมือเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย

ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดล่วงหน้าพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบในวงกว้าง ไม่เพียงแต่ต่อต้นทุน พลังงาน ในประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาคการขนส่งสินค้าทั้งทางเรือและทางอากาศอีกด้วย หากสถานการณ์ความขัดแย้งใน ตะวันออกกลาง ยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อ เศรษฐกิจ ไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในแง่ของราคา พลังงาน ที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจและครัวเรือน

และในส่วนของภาคการท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินที่ผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลาง\สภาพัฒน์ฯ ได้ประเมินเบื้องต้นว่า การสู้รบในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 เติบโตเพียง 1.3%-1.6% ซึ่งต่ำกว่าค่ากลางของการประเมินเดิมที่ 2.0% และต่ำกว่าประมาณการเดิมของ กกร. ที่ 1.6%-2.0% กกร. ให้ความสำคัญกับการเตรียมแนวทางรับมือผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด โดยร่วมมือกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กกร. ได้ร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง นำโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมการรับมืออย่างรอบด้าน รวมถึงการสร้างโอกาสจากการที่ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนานาชาติ ในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและการส่งออก หน่วยงานภาครัฐได้กำหนดมาตรการรับมือในหลายมิติ ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ การช่วยเหลือประชาชนและแรงงานไทย การบริหารจัดการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะขาดแคลนน้ำมัน ไปจนถึงการบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่ง เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับภาคธุรกิจและประชาชนอย่างเร่งด่วน กกร. พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐอย่างเต็มที่ รวมถึงการสื่อสารข้อมูลและข้อเท็จจริงจากภาครัฐไปยังภาคธุรกิจ ภาคประชาชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถวางแผนรับมือสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ\ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทยอยู่ในระดับ 60 วัน ซึ่งเพียงพอต่อการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้า อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการใช้พลังงานอย่างประหยัด เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความไม่แน่นอนจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ที่กลับมาอีกครั้ง ภายหลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินให้ Reciprocal Tariffs ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้นำมาตรา 122 มาใช้ชั่วคราวสำหรับ Universal Tariff ที่ 10% สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะบังคับใช้ Sectoral Tariffs รวมถึงขยายผลมาตรา 301 และ 338 ในประเด็นการสวมสิทธิ์ของสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี ทำให้สินค้าส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ เผชิญกับความเสี่ยงในระยะข้างหน้า ในปี 2568 ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ สรอ. เพิ่มขึ้นจาก 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ สรอ. ในปี 2567 ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยมีสูงขึ้น กกร. จึงเห็นความจำเป็นในการสร้างความเชื่อมั่นภายในประเทศ และมุ่งหวังว่ารัฐบาลใหม่จะใช้โอกาสจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นหลังการเลือกตั้ง ในการรับมือกับสถานการณ์ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจและครัวเรือนจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นในระยะสั้น พร้อมทั้งเร่งกระบวนการงบประมาณเพื่อให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมีความต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ปรับปรุงกฎระเบียบ เน้นการ Upskill – Reskill แรงงาน และบริหารจัดการประเด็นการต่ออายุแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย เพื่อให้ภาคธุรกิจมีแรงงานเพียงพอต่อความต้องการ รวมถึงเร่งสนับสนุนการลงทุนใหม่ที่ยกระดับประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการเติบโตและความสามารถในการแข่งขัน ตามแนวทาง 'Reinvent Thailand

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

PostToday /  🏆 50. in TH

กกร. พลังงาน ตะวันออกกลาง เศรษฐกิจไทย การค้า สหรัฐอเมริกา

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-06-01 06:10:38